T.LOGICAL RESOLUTION
INFLUENCER ที่ทุกวันนี้ไม่มีไม่ได้…

ในวันที่โลกออนไลน์กับโลกที่เราอยู่รวมเป็นโลกเดียวกัน การตลาดออนไลน์ก็มีหลากหลายรูปแบบ วันนี้เราจะมาเปิดเคล็ดลับการเลือก Influencer ง่าย ๆ ที่ทำตามแล้วปังแน่นอน

1. Branding is heart! อินฟลูฯ คนนี้แหละใช่เลย!
หลายครั้งเวลาเราเลื่อนฟีดไปมาหรือโดนยิงโฆษณาใส่แล้วเกิดความรู้สึกเอ๊ะ! มีเครื่องหมายคำถามวนอยู่ในหัวเต็มไปหมดเวลาที่เจอคนรีวิวสินค้าที่ดูไม่ใช่ตัวเขาเลยสักนิด คิดภาพง่าย ๆ ถ้าสมมติเราเห็นชมพู่ อารยา รีวิวครีมซองหรือครีมตลาดนัด เราก็คงรู้สึกเอ๊ะไม่น้อย เพราะฉะนั้นถ้าเราจะมองหาคนที่จะมาพูดแทนเรา ขายแทนเรา เป็นตัวแทนของกลุ่มลูกค้าผู้ใช้จริง ก็ต้องเป็นคนที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้สินค้า/แบรนด์เรา มีไลฟ์สไตล์ที่เข้ากันกับแบรนด์ เพราะหัวใจหลักของการทำการตลาดก็คือเรื่องของ “Branding” ถ้าอินฟลูฯ มีไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกันกับสินค้า/แบรนด์นอกจากจะโป๊ะให้เห็นกันโต้ง ๆ ว่าถูกจ้างมาแล้ว อาจทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้า/แบรนด์ดูแย่ลงไปอีกด้วย กลับกันถ้าเราเลือกอินฟลูฯ ที่มีไลฟ์สไตล์ตรงกับสินค้า/แบรนด์ ภาพลักษณ์ของเราจะยกระดับแบบพุ่งทะยานไปเลยย!

2. “Numbers don’t matter, influence does” (Gary, 2016)
ยอดติดตามยิ่งเยอะยิ่งดี! เป็นสิ่งที่คนทั่วไปคิดถึงแบบง่ายๆ แต่มันไม่ได้จริงเสมอไป หากผู้ติดตามของอินฟลูฯ ที่เราเลือกไม่ได้อยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการเลย! สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงให้มากคือกลุ่มผู้ติดตามของอินฟลูฯ ที่เราเลือกนั้นเป็นกลุ่มของเป้าหมายเราจริงหรือเปล่า? ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าหากแบรนด์ต้องการขายสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิงที่ราคาจับต้องได้ และหาซื้อได้ทั่วไป ผู้ติดตามของอินฟลูฯ ก็ควรจะเป็นกลุ่มผู้หญิงวัยเรียน วัยทำงานที่สนใจในเรื่องของเสื้อผ้า แฟชั่น ชอบแต่งตัว ความสวยงาม เพราะถ้ากลุ่มผู้ติดตามของอินฟลูฯ ที่เราเลือกเป็นกลุ่มผู้หญิงสายออกกำลังกาย ลุย ๆ ไม่ค่อยแต่งตัว สนใจในเรื่องอื่น ๆ ก็ไม่น่าจะเหมาะเท่าไรนัก เรื่องจำนวนของผู้ติดตามเป็นสิ่งสำคัญแต่เรื่องคุณภาพและความเหมาะสมก็ขาดไม่ได้เช่นเดียวกัน

3. เลือกคนที่คุยแล้ว “เคลียร์” ไม่งั้นจะ “เพลีย” ทีหลัง
ปัจจุบันไม่ว่าใคร ๆ ก็เป็นอินฟลูฯ ได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ วัยสูงอายุ ชาย หญิง LGBTQ+ ก็จะมีคนที่รับงานแบบทั้งตั้งใจ ไม่ตั้งใจ บางคนอาจจะรับผิดชอบงานได้ดี บางคนอาจจะไม่ค่อยรับผิดชอบงาน เทงานก็มี เพราะฉะนั้นเราควรจะต้องลองทักไปสอบถามพูดคุยแล้วเลือกคนที่แจ้งเงื่อนไขของตัวเอง พูดคุยรายละเอียดต่าง ๆ รู้เรื่อง ดูมีประสบการณ์การทำงานมาบ้าง หรือดูเป็นคนที่สามารถรับผิดชอบงานได้ดี ในขณะเดียวกันแบรนด์ก็ควรเตรียมข้อมูลต่าง ๆ (Scope Of Work/Brief Sheet) ให้ครบถ้วน เช่น สินค้า/บริการคืออะไร? ทำคอนเทนต์รูปแบบไหน? ลงในช่องทางไหนบ้าง? มีบูสต์โพสต์ไหม? นำผลงานไปใช้ต่อ (Repost) หรือเปล่า? ถ้านำผลงานไปใช้ต่อจะไปใช้ในช่องทางไหน? ระยะเวลาเท่าไร? ส่งรีพอร์ทมาให้หลังจากลงงานกี่วัน? เงื่อนไขการจ่ายเงินเป็นอย่างไร? รายละเอียดยิบย่อยเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ทำตกม้าตายทะเลาะกันมาหลายเคสแล้ว เพราะอินฟลูฯ แต่ละคนก็มีเงื่อนไขการทำงานไม่เหมือนกันด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นอย่าหมกเม็ด อย่าคิดว่าไปขอเนียนๆเพิ่มเอาทีหลังได้ เขาก็อาจจะเนียน ๆ ทำเบลอ แกล้งลืมบรีฟของเราได้เหมือนกัน ดังนั้นคุยกันแบบตรงไปตรงมาดีที่สุด

4. “คุณภาพ VS ปริมาณ” เลือกระดับอินฟลูฯ ที่คุณต้องการ
ตรวจสอบงบประมาณของคุณเพื่อวางแผนการเลือกใช้ระดับของอินฟลูฯ ปัจจุบันอินฟลูฯ จะถูกแบ่งมากมายหลายระดับ เช่น Macro Influencer, Micro Influencer, Nano Influencer ลามไปจนถึงระดับ Kol ฯลฯ ซึ่งแต่ละระดับนั้นจะมีจำนวนผู้ติดตามที่ต่างกันอย่างชัดเจน (ขึ้นอยู่กับการแบ่งระดับของแต่ละองค์กร) เช่น Macro Influencer ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก มีผู้ติดตามมากกว่า 500k+ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ในขณะเดียวกัน Micro Influencer ที่มีสิทธิ์เติบโตมีชื่อเสียงขยับไปเป็น Macro ในอนาคต อาจมีผู้ติดตามประมาณ 10k – 500k สามารถลดค่าใช้จ่ายลงมาและเพิ่มจำนวนของอินฟลูฯ ขึ้นได้ เพราะฉะนั้นคุณอาจจะต้องลองวางแผนดูว่าจากเป้าหมายของคุณ คุณจำเป็นต้องใช้อินฟลูฯ ระดับใดบ้าง เพื่อที่จะทำให้แผนการตลาดของคุณสามารถบรรลุเป้าหมายได้

5. ง่ายสุด รอดสุด กับการจ้างเอเยนซีที่ไว้ใจได้
จากทั้งหมดทั้งมวล หากคุณต้องการทำแผนการตลาดโดยใช้อินฟลูฯ แล้วยังสับสนอยู่ว่า เอ๊ะ! จะเริ่มจากตรงไหนดี? รายละเอียดเยอะแยะเต็มไปหมด ลงทุนไปนี่จะคุ้มกับเม็ดเงินที่จ่ายไปไหม? อินฟลูฯ ที่เลือกจะตรงกับสินค้า/แบรนด์เราไหม? เราแนะนำให้ปรึกษาและจ้างเอเยนซีที่ไว้ใจได้ เพราะเอเยนซีนั้นเพียบพร้อมไปด้วยประสบการณ์การทำการตลาด การเพิ่มยอดขาย การลงทุนในอินฟลูฯ ที่คุ้มค่าและพร้อมให้คำปรึกษาเมื่อคุณต้องการ

ถ้าบวกลบคูณหารแล้วเวลาของคุณที่เสียไปจากการทำอินฟลูฯ ด้วยตัวเอง ตั้งแต่การวางแผน การคัดเลือก การติดต่อประสานงาน การชำระเงินแล้ว เอาเวลาไปทำงานส่วนอื่นยังดีเสียกว่า ยกเอาเรื่องพวกนี้ให้เอเยนซีช่วยเลย รอดสุด! เพราะทุกวันนี้ก็มีหลายบริษัทที่รับทำเรื่องนี้ พวกเค้าไม่เพียงแค่มีความเชี่ยวชาญแต่ยังมีสายสัมพันธ์อันเป็นเลิศกับเหล่าอินฟลูฯ ทั้งหลายเป็นอย่างดี และถ้าถามว่าเรามีแนะนำไหมก็ตามไปที่ Magnetise Me (Strategic Media Agency) ได้เลย

INFLUENCER ที่ทุกวันนี้ไม่มีไม่ได้…

ในวันที่โลกออนไลน์กับโลกที่เราอยู่รวมเป็นโลกเดียวกัน การตลาดออนไลน์ก็มีหลากหลายรูปแบบ วันนี้เราจะมาเปิดเคล็ดลับการเลือก Influencer ง่าย ๆ ที่ทำตามแล้วปังแน่นอน

1. Branding is heart! อินฟลูฯ คนนี้แหละใช่เลย!
หลายครั้งเวลาเราเลื่อนฟีดไปมาหรือโดนยิงโฆษณาใส่แล้วเกิดความรู้สึกเอ๊ะ! มีเครื่องหมายคำถามวนอยู่ในหัวเต็มไปหมดเวลาที่เจอคนรีวิวสินค้าที่ดูไม่ใช่ตัวเขาเลยสักนิด คิดภาพง่าย ๆ ถ้าสมมติเราเห็นชมพู่ อารยา รีวิวครีมซองหรือครีมตลาดนัด เราก็คงรู้สึกเอ๊ะไม่น้อย เพราะฉะนั้นถ้าเราจะมองหาคนที่จะมาพูดแทนเรา ขายแทนเรา เป็นตัวแทนของกลุ่มลูกค้าผู้ใช้จริง ก็ต้องเป็นคนที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้สินค้า/แบรนด์เรา มีไลฟ์สไตล์ที่เข้ากันกับแบรนด์ เพราะหัวใจหลักของการทำการตลาดก็คือเรื่องของ “Branding” ถ้าอินฟลูฯ มีไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกันกับสินค้า/แบรนด์นอกจากจะโป๊ะให้เห็นกันโต้ง ๆ ว่าถูกจ้างมาแล้ว อาจทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้า/แบรนด์ดูแย่ลงไปอีกด้วย กลับกันถ้าเราเลือกอินฟลูฯ ที่มีไลฟ์สไตล์ตรงกับสินค้า/แบรนด์ ภาพลักษณ์ของเราจะยกระดับแบบพุ่งทะยานไปเลยย!

2. “Numbers don’t matter, influence does” (Gary, 2016)
ยอดติดตามยิ่งเยอะยิ่งดี! เป็นสิ่งที่คนทั่วไปคิดถึงแบบง่ายๆ แต่มันไม่ได้จริงเสมอไป หากผู้ติดตามของอินฟลูฯ ที่เราเลือกไม่ได้อยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการเลย! สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงให้มากคือกลุ่มผู้ติดตามของอินฟลูฯ ที่เราเลือกนั้นเป็นกลุ่มของเป้าหมายเราจริงหรือเปล่า? ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าหากแบรนด์ต้องการขายสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิงที่ราคาจับต้องได้ และหาซื้อได้ทั่วไป ผู้ติดตามของอินฟลูฯ ก็ควรจะเป็นกลุ่มผู้หญิงวัยเรียน วัยทำงานที่สนใจในเรื่องของเสื้อผ้า แฟชั่น ชอบแต่งตัว ความสวยงาม เพราะถ้ากลุ่มผู้ติดตามของอินฟลูฯ ที่เราเลือกเป็นกลุ่มผู้หญิงสายออกกำลังกาย ลุย ๆ ไม่ค่อยแต่งตัว สนใจในเรื่องอื่น ๆ ก็ไม่น่าจะเหมาะเท่าไรนัก เรื่องจำนวนของผู้ติดตามเป็นสิ่งสำคัญแต่เรื่องคุณภาพและความเหมาะสมก็ขาดไม่ได้เช่นเดียวกัน


3. เลือกคนที่คุยแล้ว “เคลียร์” ไม่งั้นจะ “เพลีย” ทีหลัง
ปัจจุบันไม่ว่าใคร ๆ ก็เป็นอินฟลูฯ ได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ วัยสูงอายุ ชาย หญิง LGBTQ+ ก็จะมีคนที่รับงานแบบทั้งตั้งใจ ไม่ตั้งใจ บางคนอาจจะรับผิดชอบงานได้ดี บางคนอาจจะไม่ค่อยรับผิดชอบงาน เทงานก็มี เพราะฉะนั้นเราควรจะต้องลองทักไปสอบถามพูดคุยแล้วเลือกคนที่แจ้งเงื่อนไขของตัวเอง พูดคุยรายละเอียดต่าง ๆ รู้เรื่อง ดูมีประสบการณ์การทำงานมาบ้าง หรือดูเป็นคนที่สามารถรับผิดชอบงานได้ดี ในขณะเดียวกันแบรนด์ก็ควรเตรียมข้อมูลต่าง ๆ (Scope Of Work/Brief Sheet) ให้ครบถ้วน เช่น สินค้า/บริการคืออะไร? ทำคอนเทนต์รูปแบบไหน? ลงในช่องทางไหนบ้าง? มีบูสต์โพสต์ไหม? นำผลงานไปใช้ต่อ (Repost) หรือเปล่า? ถ้านำผลงานไปใช้ต่อจะไปใช้ในช่องทางไหน? ระยะเวลาเท่าไร? ส่งรีพอร์ทมาให้หลังจากลงงานกี่วัน? เงื่อนไขการจ่ายเงินเป็นอย่างไร? รายละเอียดยิบย่อยเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ทำตกม้าตายทะเลาะกันมาหลายเคสแล้ว เพราะอินฟลูฯ แต่ละคนก็มีเงื่อนไขการทำงานไม่เหมือนกันด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นอย่าหมกเม็ด อย่าคิดว่าไปขอเนียนๆเพิ่มเอาทีหลังได้ เขาก็อาจจะเนียน ๆ ทำเบลอ แกล้งลืมบรีฟของเราได้เหมือนกัน ดังนั้นคุยกันแบบตรงไปตรงมาดีที่สุด

4. “คุณภาพ VS ปริมาณ” เลือกระดับอินฟลูฯ ที่คุณต้องการ
ตรวจสอบงบประมาณของคุณเพื่อวางแผนการเลือกใช้ระดับของอินฟลูฯ ปัจจุบันอินฟลูฯ จะถูกแบ่งมากมายหลายระดับ เช่น Macro Influencer, Micro Influencer, Nano Influencer ลามไปจนถึงระดับ Kol ฯลฯ ซึ่งแต่ละระดับนั้นจะมีจำนวนผู้ติดตามที่ต่างกันอย่างชัดเจน (ขึ้นอยู่กับการแบ่งระดับของแต่ละองค์กร) เช่น Macro Influencer ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก มีผู้ติดตามมากกว่า 500k+ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ในขณะเดียวกัน Micro Influencer ที่มีสิทธิ์เติบโตมีชื่อเสียงขยับไปเป็น Macro ในอนาคต อาจมีผู้ติดตามประมาณ 10k – 500k สามารถลดค่าใช้จ่ายลงมาและเพิ่มจำนวนของอินฟลูฯ ขึ้นได้ เพราะฉะนั้นคุณอาจจะต้องลองวางแผนดูว่าจากเป้าหมายของคุณ คุณจำเป็นต้องใช้อินฟลูฯ ระดับใดบ้าง เพื่อที่จะทำให้แผนการตลาดของคุณสามารถบรรลุเป้าหมายได้

5. ง่ายสุด รอดสุด กับการจ้างเอเยนซีที่ไว้ใจได้
จากทั้งหมดทั้งมวล หากคุณต้องการทำแผนการตลาดโดยใช้อินฟลูฯ แล้วยังสับสนอยู่ว่า เอ๊ะ! จะเริ่มจากตรงไหนดี? รายละเอียดเยอะแยะเต็มไปหมด ลงทุนไปนี่จะคุ้มกับเม็ดเงินที่จ่ายไปไหม? อินฟลูฯ ที่เลือกจะตรงกับสินค้า/แบรนด์เราไหม? เราแนะนำให้ปรึกษาและจ้างเอเยนซีที่ไว้ใจได้ เพราะเอเยนซีนั้นเพียบพร้อมไปด้วยประสบการณ์การทำการตลาด การเพิ่มยอดขาย การลงทุนในอินฟลูฯ ที่คุ้มค่าและพร้อมให้คำปรึกษาเมื่อคุณต้องการ

ถ้าบวกลบคูณหารแล้วเวลาของคุณที่เสียไปจากการทำอินฟลูฯ ด้วยตัวเอง ตั้งแต่การวางแผน การคัดเลือก การติดต่อประสานงาน การชำระเงินแล้ว เอาเวลาไปทำงานส่วนอื่นยังดีเสียกว่า ยกเอาเรื่องพวกนี้ให้เอเยนซีช่วยเลย รอดสุด! เพราะทุกวันนี้ก็มีหลายบริษัทที่รับทำเรื่องนี้ พวกเค้าไม่เพียงแค่มีความเชี่ยวชาญแต่ยังมีสายสัมพันธ์อันเป็นเลิศกับเหล่าอินฟลูฯ ทั้งหลายเป็นอย่างดี และถ้าถามว่าเรามีแนะนำไหมก็ตามไปที่ Magnetise Me (Strategic Media Agency) ได้เลย