T.LOGICAL RESOLUTION
UX UI คนละเรื่องที่ต้องไปด้วยกัน

แตกต่าง(ไม่)เหมือนกันกับ User Experience (UX) และ User Interface (UI) ที่ใช้คนละวีธีการคิด แต่ต้องออกแบบมาให้ทำงานสอดคล้องกัน

เรื่อง(ไม่)เก่า ที่เล่ากี่ครั้งก็ยังใหม่ พูดได้เลยว่าเรื่องของ UX UI นั้นถูกพูดถึงอย่างเป็นวงกว้างมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว หากแต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเข้าใจความหมายของ UX และ UI ในรูปแบบของการออกแบบเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันเพียงอย่างเดียว นั่นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการนำ UX UI ไปใช้ในโลกปัจจุบันเท่านั้นเอง ถ้าจะให้พูดถึงนิยามโดยรวมแล้วก็คงกล่าวกันโดยสรุปได้ง่าย ๆ ตามความหมายทั่วไปที่ทุกคนพูดถึง หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว UX UI มีรูปแบบและวิธีคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งความยากที่สุดก็คือการออกแบบทั้งสองส่วนให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันนั่นเอง

วันนี้เราจะพามาดู 6 จุดแตกต่างระหว่าง UX และ UI ที่ไม่เหมือนกันแต่ต้องออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกัน

1.UI คือหน้าตาภายนอก หากเปรียบเทียบกับบ้านก็เหมือนกับการออกแบบหน้าตาบ้านให้สวยงาม น่ามอง

UX คือฟังก์ชันภายใน หากเปรียบเทียบกันแล้วก็เหมือนกับห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน ที่ถูกจัดฟังก์ชันให้แตกต่างกันตามรูปการใช้งาน

2.UI คือสิ่งที่คุณเห็น พูดตรงตัวก็คือของที่คุณเห็นไม่ว่าจะเป็นภาพหน้าตาเว็บไซต์ในจอมือถือของคุณ หรือแม้กระทั่งสิ่งของอย่างดีไซน์ของรองเท้าที่คุณสวมใส่ ก็ถือว่าเป็น UI เช่นเดียวกัน

UX คือที่มาที่ไป เหตุและผลของการมองเห็นสิ่งเหล่านั้นใน UI ล้วนแล้วแต่มาจากการออกแบบ UX ก่อนทั้งสิ้น

3.UI คือการออกแบบตามแนวทางหรือข้อกำหนด หากจะเทียบกับงาน Artwork ก็เหมือนกับการจัดวาง layout ให้สวยงาม น่าใช้งาน หรือถ้าเป็นการออกแบบแอปพลิเคชัน ก็คือการจัดวางข้อมูล ปุ่ม และฟังก์ชันที่มี ให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ควบคู่ไปกับความสวยงามในการใช้งาน

UX คือการออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการ อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือถ้าเป็นแอปพลิเคชัน ก็ต้องมีฟังก์ชันที่ต้องการครบถ้วน หรือถ้าเป็นอุปกรณ์ก็ต้องทำงานได้ครบ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีแอปพลิเคชันธนาคารซักแอปนึง 

แต่คุณทำได้เพียงแค่กดตรวจสอบยอดบัญชี ไม่สามารถโอนเงินได้ นั่นอาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง

4.UI ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้สิ่งที่คุณทำ สวยงาม แตกต่าง และโดดเด่น

UX ต้องใช้การวางแผน ทำความเข้าใจผู้ใช้งาน เพื่อให้สามารถออกแบบการใช้งานให้ง่ายและลื่นไหล

5.UI ใช้ตา กล่าวคือคุณสามารถมองเห็นหน้าตา ความสวยงาม เป็นสิ่งห่อหุ้มที่อยู่ภายนอก หากจะเปรียบเทียบเป็นคน ก็เหมือนหน้าตาภายนอกของคนที่คุณชอบคนหนึ่ง

UX ใช้ความเข้าใจ ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีรูปธรรมชัดเจน แต่เกิดจากความเข้าใจในการใช้งานจริง ๆ ของผู้บริโภค เมื่อคุณเข้าใจสิ่งเหล่านี้อย่างถี่ถ้วนแล้ว คุณจึงจะสามารถออกแบบ UX ที่ช่วยแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด

6.UI เปลี่ยนไปตามเทรนด์ ก็เหมือนเสื้อผ้าแฟชั่น ที่ถูกออกแบบใหม่ในทุกไตรมาส ตามกระแสความต้องการของผู้บริโภค แต่ฟังก์ชันการใช้งานและการสวมใส่ก็ยังคงเหมือนเดิม

UX เปลี่ยนไปตามความต้องการ (ของผู้ใช้) ซึ่งให้ความสำคัญกับความต้องการที่แท้จริง การเปลี่ยนดีไซน์เสื้อผ้า (UI) อาจดูสวยงามตามเทรนด์ แต่ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคอาจอยู่ที่ความสบายในการสวมใส่ หรือแม้กระทั่งความสะดวกในการซักรีดเสียมากกว่า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราเห็นเสื้อผ้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่เสื้อยืดธรรมดา ไปจนถึงเสื้อกันหนาว หรือแม้กระทั่งเสื้อเชิ้ตที่ไม่ต้องรีด เป็นต้น

เห็นแบบนี้แล้ว พอจะนึกภาพออกกันแล้วใช่ไหม ว่า UX และ UI เป็นคนละเรื่องเดียวกัน ถึงจะมีวิธีคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่สุดท้ายแล้วก็ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้เลย

UX UI คนละเรื่องที่ต้องไปด้วยกัน

แตกต่าง(ไม่)เหมือนกันกับ User Experience (UX) และ User Interface (UI) ที่ใช้คนละวีธีการคิด แต่ต้องออกแบบมาให้ทำงานสอดคล้องกัน

เรื่อง(ไม่)เก่า ที่เล่ากี่ครั้งก็ยังใหม่ พูดได้เลยว่าเรื่องของ UX UI นั้นถูกพูดถึงอย่างเป็นวงกว้างมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว หากแต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเข้าใจความหมายของ UX และ UI ในรูปแบบของการออกแบบเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันเพียงอย่างเดียว นั่นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการนำ UX UI ไปใช้ในโลกปัจจุบันเท่านั้นเอง ถ้าจะให้พูดถึงนิยามโดยรวมแล้วก็คงกล่าวกันโดยสรุปได้ง่าย ๆ ตามความหมายทั่วไปที่ทุกคนพูดถึง หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว UX UI มีรูปแบบและวิธีคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งความยากที่สุดก็คือการออกแบบทั้งสองส่วนให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันนั่นเอง

วันนี้เราจะพามาดู 6 จุดแตกต่างระหว่าง UX และ UI ที่ไม่เหมือนกันแต่ต้องออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกัน

1.UI คือหน้าตาภายนอก หากเปรียบเทียบกับบ้านก็เหมือนกับการออกแบบหน้าตาบ้านให้สวยงาม น่ามอง

UX คือฟังก์ชันภายใน หากเปรียบเทียบกันแล้วก็เหมือนกับห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน ที่ถูกจัดฟังก์ชันให้แตกต่างกันตามรูปการใช้งาน

2.UI คือสิ่งที่คุณเห็น พูดตรงตัวก็คือของที่คุณเห็นไม่ว่าจะเป็นภาพหน้าตาเว็บไซต์ในจอมือถือของคุณ หรือแม้กระทั่งสิ่งของอย่างดีไซน์ของรองเท้าที่คุณสวมใส่ ก็ถือว่าเป็น UI เช่นเดียวกัน

UX คือที่มาที่ไป เหตุและผลของการมองเห็นสิ่งเหล่านั้นใน UI ล้วนแล้วแต่มาจากการออกแบบ UX ก่อนทั้งสิ้น

3.UI คือการออกแบบตามแนวทางหรือข้อกำหนด หากจะเทียบกับงาน Artwork ก็เหมือนกับการจัดวาง layout ให้สวยงาม น่าใช้งาน หรือถ้าเป็นการออกแบบแอปพลิเคชัน ก็คือการจัดวางข้อมูล ปุ่ม และฟังก์ชันที่มี ให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ควบคู่ไปกับความสวยงามในการใช้งาน

UX คือการออกแบบให้ตอบโจทย์ความต้องการ อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือถ้าเป็นแอปพลิเคชัน ก็ต้องมีฟังก์ชันที่ต้องการครบถ้วน หรือถ้าเป็นอุปกรณ์ก็ต้องทำงานได้ครบ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีแอปพลิเคชันธนาคารซักแอปนึง 

แต่คุณทำได้เพียงแค่กดตรวจสอบยอดบัญชี ไม่สามารถโอนเงินได้ นั่นอาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง


4.UI ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้สิ่งที่คุณทำ สวยงาม แตกต่าง และโดดเด่น

UX ต้องใช้การวางแผน ทำความเข้าใจผู้ใช้งาน เพื่อให้สามารถออกแบบการใช้งานให้ง่ายและลื่นไหล

5.UI ใช้ตา กล่าวคือคุณสามารถมองเห็นหน้าตา ความสวยงาม เป็นสิ่งห่อหุ้มที่อยู่ภายนอก หากจะเปรียบเทียบเป็นคน ก็เหมือนหน้าตาภายนอกของคนที่คุณชอบคนหนึ่ง

UX ใช้ความเข้าใจ ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีรูปธรรมชัดเจน แต่เกิดจากความเข้าใจในการใช้งานจริง ๆ ของผู้บริโภค เมื่อคุณเข้าใจสิ่งเหล่านี้อย่างถี่ถ้วนแล้ว คุณจึงจะสามารถออกแบบ UX ที่ช่วยแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด

6.UI เปลี่ยนไปตามเทรนด์ ก็เหมือนเสื้อผ้าแฟชั่น ที่ถูกออกแบบใหม่ในทุกไตรมาส ตามกระแสความต้องการของผู้บริโภค แต่ฟังก์ชันการใช้งานและการสวมใส่ก็ยังคงเหมือนเดิม

UX เปลี่ยนไปตามความต้องการ (ของผู้ใช้) ซึ่งให้ความสำคัญกับความต้องการที่แท้จริง การเปลี่ยนดีไซน์เสื้อผ้า (UI) อาจดูสวยงามตามเทรนด์ แต่ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคอาจอยู่ที่ความสบายในการสวมใส่ หรือแม้กระทั่งความสะดวกในการซักรีดเสียมากกว่า นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราเห็นเสื้อผ้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่เสื้อยืดธรรมดา ไปจนถึงเสื้อกันหนาว หรือแม้กระทั่งเสื้อเชิ้ตที่ไม่ต้องรีด เป็นต้น

เห็นแบบนี้แล้ว พอจะนึกภาพออกกันแล้วใช่ไหม ว่า UX และ UI เป็นคนละเรื่องเดียวกัน ถึงจะมีวิธีคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่สุดท้ายแล้วก็ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้เลย